Archive for the ‘Business Thoughts’ Category

(บทความนี้ ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน นิตยสาร “GM Biz” ฉบับ เดือน มกราคม 2553)   “ปลูกผัก” คือ เศรษฐกิจยุคใหม่ของโลก ถ้าพูดขึ้นมาแบบนี้ คิดว่าคงไม่มีใครเชื่อ เพราะเรื่องเกษตรกรรม เป็นเรื่องของประเทศที่กำลังพัฒนา จะเป็น “เศรษฐกิจใหม่” ได้อย่างไร? บริษัท เกิดใหม่ อย่าง “Zynga” เป็น บริษัทที่ร่ำรวยขึ้นมาได้ จากการ “ปลูกผัก” “ปลูกผัก” อย่างไร เรามาดูกัน “Zynga” เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก ในโลกของออนไลน์ บ้างก็ว่า “Zynga” จะเป็น “Google” คนต่อไป บ้างก็ว่า “Zynga” จะเป็น ยักษ์ตัวใหม่ด้านเกมออนไลน์ บริษัท Zynga เป็นบริษัทที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางปี 2007 โดยผู้ก่อตั้ง คือ “Mark Pincus” อดีตผู้ก่อตั้ง “Tribes.net” ซึ่งเป็น [...]

(บทความนี้ ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสาร “Positioning” ฉบับเดือน ธันวาคม 2552) กระแส หรือ เทรนด์ หลายๆอย่างเริ่มจากการก่อตัวของคลื่นลูกเล็กๆ หรือเรียกว่า “Microtrends” แล้วจึงค่อยพัฒนา แผ่วงกว้าง ไปสู่ คลื่นที่ขนาดใหญ่ หลายๆสิ่งที่เพิ่งถือกำเนิดเป็นคลื่นลูกเล็กๆ ที่กำลังจะกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ๆในอนาคตอันใกล้ ลองมาจับตาดูกันว่า เทรนด์ของธุรกิจ และการตลาดในปี 2010 อะไร น่าจะเป็นคลื่นเทรนด์ลูกใหญ่ได้

(บทความนี้ ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสาร “Positioning” ประจำเดือนกันยายน 2552) ในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำ ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ต่างบอบช้ำ และเจ็บปวด กับเรื่องของต้นทุนต่างๆ ที่สูงขึ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนค่าวัตถุดิบ ต้นทุนการขนส่ง ต้นทุนการผลิต ค่าจ้างแรงงาน เมื่อต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นนี้ ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ จำเป็นต้องหาวิธีการจัดการกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือ การ “ขึ้นราคา” แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ก็เป็นวิธีที่ เจ็บปวดที่สุดเช่นกัน เพราะการขึ้นราคา แม้ว่าอาจจะชดเชยกับต้นทุนที่ต้องจ่ายสูงขึ้นได้ แต่ก็มีผลกระทบโดยตรง กับ กลุ่มลูกค้า เช่นกัน สินค้าส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่ของจำเป็นสุดๆ ชนิดเรียกได้ว่า “ขาดไม่ได้” การขึ้นราคา มักจะส่งผลให้ ยอดขาย ลดลง และในหลายกรณี อาจส่งผลกระทบทางด้านจิตวิทยา เพราะกลุ่มลูกค้า มักจะโต้ตอบการขึ้นราคาของผู้ผลิต ไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง ลูกค้า อาจจะลดปริมาณการใช้งานลง อาจจะเปลี่ยนไปซื้อสินค้าคู่แข่ง ที่สามารถทดแทนกันได้ ถ้าเปลี่ยนชั่วคราว อาจจะพอคาดหวังให้กลับมาซื้อของเราได้ แต่ถ้าเปลี่ยนถาวรล่ะ [...]

จากสถิติของวงการธุรกิจที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยแล้ว มีสินค้าและบริการที่ประสบความสำเร็จ เพียง 25% ของสินค้าและบริการใหม่ๆทั้งหมดที่บริษัทส่งเข้าไปขายในตลาด แต่ ที่เหลืออีก 75% กลับประสบความล้มเหลว ในขณะที่มีจำนวนบริษัทเพียง 10% เท่านั้น ที่สามารถรักษาระดับการเติบโตของธุรกิจได้ในระยะยาว แต่อีก 90% กลับไม่สามารถรักษาระดับการเติบโตของตัวเองไว้ได้ อย่างยั่งยืน แม้ว่าบริษัทเหล่านี้ จะพยายามดำเนินธุรกิจ โดยใช้หลักการบริหารจัดการทางธุรกิจที่ดี ไม่ว่าจะเป็น การวิเคราะห์คู่แข่งขัน (Competitor Analysis) การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า (Customer Analysis) ความน่าสนใจของตลาด (Market Attractiveness) หรือแม้แต่มีการประเมินถึงความคุ้มค่าในการลงทุนแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจตอบสนองต่อเป้าหมายในการรักษาการเติบโตของธุรกิจ และ รักษาความสำเร็จอย่างต่อเนื่องได้ ความสำเร็จในอดีต รวมไปถึงการนำหลักวิชาบริหารธุรกิจแบบเดิม อาจจะไม่เพียงพอสำหรับองค์กรที่ต้องการแสวงหาความเติบโตทางธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันแบบยั่งยืน (Sustainable Competitive Advantage) อีกต่อไป…. ปัจจัยอะไร เป็นสาเหตุที่ทำให้องค์กรธุรกิจประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว?

ขณะนี้คงไม่ใช้เรื่องแปลกที่หลายๆคน จะเห็นว่า มีหลายภาคองค์กรธุรกิจนิยมใช้คำว่า “Green” เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าและบริการของตน ซึ่งองค์กรธุรกิจเหล่านี้ ต้องการสื่อสารให้ภายนอก หรือ กลุ่มลูกค้าของบริษัท ได้รับรู้ความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม การปรับปรุง แก้ไข และลดปัญหาของสินค้าและบริการที่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นการแสดงออกในความรับผิดชอบต่อสังคมที่องค์กรธุรกิจนั้นมี และ Green Technology ก็เป็นแนวทางปฎิบัติแนวทางหนึ่ง ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด และส่งผลกระทบให้น้อยที่สุดต่อสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงอายุการใช้งาน

CSR เมื่อเราพูดถึง จุดประสงค์หลักในการดำเนินธุรกิจ คือ การแสวงหากำไร และ หาประโยชน์ให้กับบริษัทตัวเองซึ่งก็ดูจะห่างไกลกันสุดขั้วกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่เป็นการไม่มุ่งหวังผลกำไร และให้ประโยชน์กับกลุ่มคนด้อยโอกาสในสังคม การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) ก็คือการคำนึงถึง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างความยั่งยืนให้กับ องค์กรธุรกิจ ไปพร้อมๆกับการสร้างความเจริญอย่างยั่งยืนให้แก่สังคม แนวคิดนี้เข้ามามีบทบาทกับองค์กรธุรกิจในโลกทุนนิยม ปรับเปลี่ยนมาสู่การแสวงหากำไรผนวกกับการใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแทน

ผลประกอบการล่าสุดของบริษัท Sony ภายใต้การบริหารของ Howard Stringer กำลังประสบปัญหากับผลประกอบการที่ไม่ค่อยดีนัก อันเนื่องมาจาก การที่ไม่สามารถลดต้นทุนการผลิตของ Sony PlayStation 3 และ TV จอแบน ให้ต่ำลงได้ ทำให้ขาดความสามารถในการแข่งขัน เพราะต้องขายได้กำไรที่ต่ำหรืออาจจะถึงขั้นขายเท่าทุนหรือขายขาดทุน (เพราะคู่แข่งตั้งราคาขายที่ต่ำกว่า ในขณะที่นำเสนอสินค้าที่ feature ใกล้เคียงกัน จึงจำเป็นต้องลดราคาขายลงมาเพื่อให้ขายได้) ซึ่งปัญหานี้ มักจะพบในอุตสาหกรรมการผลิต Hardware ที่บริษัทที่เคยเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและทำตลาดเสียเอง เมื่อบริษัท สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เพราะมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าคู่แข่ง อีกทั้งยังมีจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้นในตลาด บริษัทจึงจำเป็นต้องหา ธุรกิจใหม่ ที่มี margin สูงขึ้น คู่แข่งขันน้อยราย และถ้าอาศัยผลิตภัณฑ์หลัก เป็นตัวช่วยส่งเสริมกัน ก็จะยิ่งเพิ่มศักยภาพเหนือคู่แข่งมากขึ้น Blue Ocean แห่งใหม่ที่ทาง Sony มอง ก็คือ การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่มายกระดับ อย่างเช่น · Content ที่ตัวเองมี (Sony Entertainment , [...]